การรักษาและการใช้ยาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

 ยาตามกลุ่มโรคและอาการ  ความดันโลหิตสูง 

การรักษาและการใช้ยาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง

            ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย แบ่งได้เป็น 2 วิธีหลักๆ ได้แก่

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย

                     อย่างไรก็ตามหากท่านมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจล้มเหลว หรือมีการเจ็บหน้าอกขณะออกแรง เป็นต้น หรือเป็นผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อขอรับคำแนะนำก่อนออกกำลังกาย

 

2. การใช้ยา ยาที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูง แบ่งได้เป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้

        2.1 กลุ่มยาไดยูเรติก (Diuretics) เช่น ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (hydrochlorothiazide), ฟูโรซีไมด์ (furosemide) เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของยาขับปัสสาวะ เนื่องจากกลไกยาจะขับโซเดียม โพแทสเซียมและน้ำออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะ ดังนั้นเมื่อปริมาณน้ำในร่างกายลดลง ความดันโลหิตจึงลดลงด้วย อย่างไรก็ตามยาในกลุ่มนี้บางตัว เช่น สไปโรโนแลคโตน (spironolactone) เป็นต้น จะไม่ขับโพแทสเซียมออกไปพร้อมกับปัสสาวะ สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้ เช่น อาการอ่อนเพลีย หรือ ตะคริว เป็นต้น เนื่องจากมีการลดลงของ
ระดับโซเดียม โพแทสเซียมและน้ำ

      2.2 กลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) หรือ Angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors เช่น
อีนาลาพริล (Enalapril), รามิพริล (Ramipril) เป็นต้น เป็นกลุ่มยาที่ใช้สำหรับยับยั้งฮอร์โมนตัวหนึ่งในร่างกายที่เป็นสาเหตุ
ทำให้หลอดเลือดแคบลงและทำให้ความดันโลหิตเพิ่มมากขึ้น สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการไอแห้ง ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง คือ อาการบวมที่ปาก ลิ้น ลำคอ ซึ่งมีผลต่อการหายใจ ดังนั้นหากมีอาการดังกล่าวจะแนะนำให้หยุดยาและรีบพบแพทย์ทันที

      2.3 กลุ่มแองกิโอเทนซิน ll รีเซพเตอร์บล็อกเกอร์ (Angiotensin II receptor blockers) เช่น อะซิลซาร์แทน (azilsartan), แคนดีซาร์แทน (candesartan), เออร์บีซาร์แทน (irbesartan), ลอซาร์แทน (losartan), โอล์มีซาร์แทน(olmesartan), เทลมิซาร์แทน (telmisartan) และวาลซาร์แทน ( valsartan) เป็นต้น ยาตัวนี้เป็นยาที่ให้ผลยับยั้งการทำงานของ แอนจิโอเทนซิน II (angiotensin II) ที่เซลล์ของหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายกว้างขึ้น ความดันเลือดจึงลดลง สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปวดศีรษะ, อาเจียน, ปากแห้ง, ปวดท้อง เป็นต้น ส่วนอาการบวมที่ปาก ลิ้น ลำคอ ซึ่งมีผลต่อการหายใจ จะพบน้อยกว่ายากลุ่มเอซีอี อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors)

กลุ่มยาสกัดกั้นแคลเซียม (Calcium channel blockers) ยาในกลุ่มนี้จะลดปริมาณของแคลเซียมที่ไหลเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อเรียบในหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัวและหลอดเลือดขยายมากขึ้น จึงเป็นผลทำให้ลดความดันโลหิต อีกทั้งยังลดการบีบตัวและอัตราการเต้นของหัวใจร่วมด้วย ยาในกลุ่มนี้แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มเบต้า-บล็อกเกอร์ Beta blockers เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol), อะทีโนลอล (atenolol), เนบิโวลอล (nebivolol) เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้จะไปลดทั้งอัตราการเต้นของหัวใจและการบีบตัวที่หัวใจลง ส่งผลให้
ลดความดันโลหิตได้ อย่างไรก็ตามมีการพัฒนายาขึ้นมาใหม่ ที่สามารถทำให้ออกฤทธิ์ยับยั้งที่ตัวรับของ beta และ alpha ได้แก่ ลาเบทาลอล (labetalol) และ ยาคาร์วีดิลอล (carvedilol) เป็นต้น สำหรับข้อควรระวังของการใช้ยากลุ่มนี้ คือควรระมัดระวังในการใช้ยาในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่เป็นโรคหืดหรือโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับปอด เป็นต้นเนื่องจากทำให้อาการแย่ลง หรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวานที่ได้รับยาอินซูลิน เนื่องจากยาจะบดบังภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ นอกจานี้ยังพบอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อ่อนเพลีย, นอนไม่หลับ, หัวใจเต้นช้าลง, ผื่น เป็นต้น รวมทั้งทำให้มือเท้าเย็น เนื่องจากยาทำให้ลดการไหลของเลือดไปเลี้ยงที่ปลายมือ-เท้า

กลุ่มแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha blockers) เช่น ดอกซาโซซิน (doxazosin), พราโซซิน (prazosin) เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้จะลดความตึงของกล้ามเนื้อที่ผนังของเซลล์หลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดกว้างมากขึ้น จึงส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง สำหรับอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้ เช่น เวียนศีรษะโดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่าทาง เป็นต้น ส่วนมากยากลุ่มนี้มักให้ทานร่วมกับเพศชายที่มีภาวะต่อมลูกหมากโต

              ในปัจจุบันได้มีการพัฒนายาใหม่สำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งยาเดี่ยวและยาสูตรผสม ทั้งนี้ผู้ป่วยควรรับประทานยาตรงตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง นอกจากนี้ควรทำควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย 

 

5. เป้าหมาย

              สำหรับเป้าหมายในการรักษาโรคความดันโลหิต โดยส่วนใหญ่จะควบคุมให้ต่ำว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท อย่างไรก็ตามเป้าหมายในการรักษาขึ้นหลายปัจจัย เช่น โรคร่วม อายุของผู้ป่วย เป็นต้น ดังนั้นการเลือกเป้าหมายของผู้ป่วยจึงมีความจำเพาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ผู้ป่วยควรได้รับการดูแลและติดตามจากแพทย์เป็นประจำและสม่ำเสมอ

โดยสรุป การใช้ยาลดความดันโลหิตสูง ต้องใช้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ท่านห้ามหยุดใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรแม้ว่าจะควบคุมอาการหรือมีควบคุมระดับความดันโลหิตได้แล้วก็ตาม การลดหรือปรับเปลี่ยนการใช้ยาต้องให้แพทย์ผู้รักษาเป็นผู้ตัดสินใจเท่านั้น  เพราะ การหยุดยาเองทันทีในยาบางชนิด อาจจะส่งผลทำให้ความดันโลหิตกลับมาสูงขึ้น หัวใจทำงานหนักมากขึ้นได้ ต้องอาศัยค่อยๆปรับขนาดยาเท่านั้น เป็นต้น แต่หากท่านมีปัญหาการใช้ยา อาการข้างเคียงจากยา หรืออื่นๆ ให้แจ้งแพทย์และเภสัชกร เพื่อปรับเปลี่ยนและแนะนำการใช้ยาที่เหมาะสมให้ท่าน

6. เอกสาร

1. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจำปี 2558 [อินเทอร์เนต]. 2559 [เข้าถึงเมื่อ 30 ส.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaincd.com/document/file/download/paper-manual/Annual-report-2015.pdf

2. American Heart Association. What is High Blood Pressure? [Internet]. Oct 2016 [cited 2018 Aug 30]. Available from: https://www.heart.org/en/health-topics/high-blood-pressure/the-facts-about-high-blood-pressure/what-is-high-blood-pressure

3. สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ขั้นตอนการคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงโรค [อินเทอร์เนต]. ม.ป.ป. [เข้าถึงเมื่อ 29 ต.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: http://thaincd.com/document/file/info/non-communicable-disease/Screening%20Version%20Final_291014.pdf

4. U.S. National Library of Medicine. How to Prevent High Blood Pressure [Internet]. Feb 2017 [cited 2018 Aug 30]. Available from: https://medlineplus.gov/howtopreventhighbloodpressure.html

5. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2555 ปรับปรุง พ.ศ. 2558 [อินเทอร์เนต]. 2558 [เข้าถึงเมื่อ 30 ส.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก:http://www.thaihypertension.org/files/GL%20HT%202015.pdf

6. Mann FE, J, Bakris, GL, Kunins, L. Patient education: High blood pressure treatment in adults (Beyond the Basics) [Internet]. 09 Apr 2018 [cited 2018 Aug 30]. Available from: https://www.uptodate.com/contents/high-blood-pressure-treatment-in-adults-beyond-the-basics

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรคความดันโลหิตสูง สามารถอ่านบทความได้ที่ www,yaandyou.net

หากท่านต้องการข้อมูลยาลดความดันโลหิตสูง สามารถสืบค้นข้อมูลยาได้ที่ www,yaandyou.net

เรียบเรียงโดย ร.อ.หญิง ปานรดา นวลโสภาภณ

15 ตุลาคม 2561