ควรเลือกซื้อยาอมบรรเทาอาการเจ็บคออย่างไรให้ปลอดภัย

 ยาตามกลุ่มโรคและอาการ  ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ 

ควรเลือกซื้อยาอมบรรเทาอาการเจ็บคออย่างไรให้ปลอดภัย


    หลายๆท่านคงคุ้นชินกับการซื้อยาอมแก้เจ็บคอในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ หรือร้านยา แต่ท่านจะสังเกตเห็นว่า ยาอมแก้เจ็บคอมีหลายรสชาติ มีหลายรูปแบบ ท่านจะเลือกซื้อยาอมแก้เจ็บคออย่างไรให้ปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม


    ยาอมแก้เจ็บคอมีรูปแบบสมุนไพร และรูปแบบยาแผนปัจจุบัน ในบทความนี้ขอกล่าวถึงรูปแบบยาแผนปัจจุบัน
ยาอมแก้เจ็บคอ มีหลายประเภท ดังนี้
-    ยาชาเฉพาะที่ชนิดอ่อน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ ไม่ได้มีฤทธิ์แรงเหมือนยาชาทั่วไป เช่น lignocaine เป็นต้น
-    ยาฆ่าเชื้อ เช่น ส่วนประกอบ amylmetacresol, Benzydamine HCl, benzyl alcohol เป็นต้น
-    ยาปฏิชีวนะ เช่น ยานีโอไมซิน (neomycin) เป็นต้น
-    ยากดการไอ สำหรับผู้ป่วยไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ เช่น ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (dextromethrorphan) เป็นต้น
-    ยาแก้ไอขับเสมหะ เช่น ยาแอมบรอกซอล (ambroxol) เป็นต้น
-    ยาแก้ปวด ลดการอักเสบ เช่นยา flubiprofen เป็นต้น


การใช้ยาอมแก้เจ็บคอให้ปลอดภัย
    ฉลากยามีความสำคัญกับการใช้ยาให้ปลอดภัย เช่น ส่วนประกอบของยา ข้อบ่งใช้ ขนาดที่แนะนำ ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้ นอกจากนั้นท่านควรทราบรายละเอียดดังต่อไปนี้
-    ท่านมีประวัติแพ้ยาหรือไม่ หากแพ้ยาควรแจ้งเภสัชกร เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา เช่น ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ท่านอาจจะมีโอกาสแพ้ยาอมที่มีส่วนประกอบของยาแก้ปวดลดการอักเสบ เช่น ยา flubiprofen ร่วมด้วยได้ เป็นต้น (1)
-    การตั้งครรภ์ผู้ป่วยที่วางแผนตั้งครรภ์ ยาบางชนิดควรหลีกเลี่ยงหรือต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น ยาที่มีส่วนประกอบต่อไปนี้ ของยาแก้ปวดกลุ่ม เอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ยา flubiprofen หรือยาปฏิชีวนะ เช่น neomycin หรือยาฆ่าเชื้อ ชนิด benzydamine HCl เป็นต้น ซึ่งท่านสามารถอ่านชื่อยาได้ที่ฉลากยานั้นๆ และสำหรับอมชนิดอื่นๆ ควรอ่านฉลากยาให้ถี่ถ้วน หรือควรสอบถามเภสัชกรก่อนซื้อยา (1,2)
-    ผู้ที่ใช้ยาอม
    การใช้ยาอมในเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยงโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เนื่องจากอาจจะอุดกลั้นทางเดินหายใจหรือสำลักได้ และควรอ่านฉลากยาให้ถี่ถ้วน ว่าห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่าเท่าไร เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ (3)
    การใช้ยาอมในผู้ป่วยโรคตับ โรคไต และผู้ป่วยสูงอายุ จะมีการกำจัดยาออกจากร่างกายได้ลดลง ดังนั้นควรอ่านฉลากให้ถี่ถ้วน และแจ้งโรคประจำตัวกับแพทย์หรือเภสัชกร
-    จำนวนเม็ดที่ใช้ในการอม และระยะเวลาในการใช้ยา ท่านควรใช้ยาในปริมาณและระยะเวลาที่ฉลากกำหนดไว้ เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์
-    โรคหรืออาการที่เป็น
    หากท่านมีอาการเจ็บคอ ระคายคอ มีเสมหะ ไม่ได้ไอแห้งๆ ควรเลือกยาอมที่ขับเสมหะ แต่หากท่านไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้เลือกชนิดให้เหมาะสมกับท่าน


    นอกจากนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรโดยเฉพาะที่ใช้ยาอม 2-3 วันอาการไม่ดีขึ้น หรือมีไข้ร่วมด้วย เพื่อได้รับยาที่เหมาะสม และไม่ควรซื้อยาอมที่มียาปฏิชีวนะร่วมด้วยด้วยตนเอง เนื่องจากอาการส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่ยาอมชนิดปฏิชีวนะไม่สามารถรักษาได้และยาอมดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเพื่อออกฤทธิ์ได้น้อย นอกจากนั้นอาจจะส่งผลให้ดื้อยาได้

เอกสารอ้างอิง
1.    Micromedex® solutions [Database on the internet]. Colorado: Truven Health Analytics Inc;
c-2018 DRUGDEX® ,[cites 2018 Apr 23]. Available from:
http://www.micromedexsolutions.com
2.    MIMS Thailand [Internet]. c2018[cites 2018 Apr 23]. Available from: https://www.mims.com/Thailand/home/Index.
3.    Uptodate. Patient education: Sore throat in children (Beyond the Basics) [homepage on the internet].USA : Up to date Inc; 2018[cites 2018 Apr 23].Available from : www.uptodate.com.