Electrolytes (อิเล็กโทรไลต์)

 อื่นๆ 

Electrolytes

ชื่ออื่นๆ : Lytes, electrolyte panel

ค่าทางห้องปฏิบัติการนี้คืออะไร

Electrolytes (อิเล็กโทรไลต์) คือ การตรวจเพื่อบอกถึงความสมดุลของเกลือแร่ในเลือด ในของเหลวของร่างกาย หรือบอกสภาวะความเป็นกรด-ด่างของเลือด โดยแบ่งตามชนิดของเกลือแร่เป็น 4 ชนิด ได้แก่

1. โซเดียม (Sodium)

โซเดียม เป็นแร่ธาตุที่พบมากที่ส่วนนอกของเซลล์ มีบทบาทในการควบคุมปริมาตรน้ำในร่างกาย

2. โพแทสเซียม (Potassium)

โพแทสเซียม เป็นแร่ธาตุที่พบที่ส่วนในของเซลล์ ทั้งนี้ระดับของโพแทสเซียมที่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย จะมีผลต่ออัตราการเต้นและความสามารถในการบีบตัวของหัวใจ

3. คลอไรด์ (Chloride)

คลอไรด์เป็นแร่ธาตุที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกเซลล์ ซึ่งช่วยรักษาความเป็นกลางของแร่ธาตุต่างๆ

4. ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate)

บทบาทของไบคาร์บอเนต คือ ช่วยรักษาค่า pH ซึ่งเป็นค่าที่บอกถึงความสมดุลของกรด-ด่าง รวมทั้งช่วยรักษาความเป็นกลางของแร่ธาตุต่างๆ

ผลตรวจอิเล็กโทรไลต์ของร่างกาย อาจนำไปสู่การตรวจทางห้องปฏิบัติการตัวอื่นๆ ได้แก่

1. แอนไอออน แกป (anion gap) เป็นค่าที่ได้จากการคำนวณผลตรวจอิเล็กโทรไลต์ต่างๆในร่างกาย ซึ่งช่วยในการประเมินภาวะไม่สมดุลของอิเล็กทรอไลต์ เช่น การเกิดกรดจากเมตาบอลิสม เป็นต้น

2. Blood gases เป็นการตรวจหาปริมาณแก๊สในเลือด ใช้เมื่อพบภาวะความไม่สมดุลของกรด-ด่างในร่างกาย ซึ่งช่วยประเมินระดับความรุนแรงและการติดตามผลการรักษาต่อภาวะดังกล่าวได้

 

ทำไมต้องตรวจค่าทางห้องปฏิบัติการนี้

การตรวจอิเล็กโทรไลต์ ใช้สำหรับ

 

สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนตรวจค่าทางห้องปฏิบัติการ

· กรุณาแจ้งแพทย์หากท่านได้รับยา สมุนไพร หรือวิตามินใดๆอยู่ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการแปลผลทางห้องปฏิบัติการได้ เช่น

· ประวัติการใช้ยาต้านการแข็งเลือด (warfarin) หรือ ยาละลายลิ่มเลือด (Aspirin)

 

แปลผลอย่างไร

 

ลำดับ

ค่าทางห้องปฏิบัติการ

ค่าปกติในผู้ใหญ่

(การแปลผลขึ้นกับหน่วยที่วิเคราะห์ดังต่อไปนี้)

หน่วย mEq/L*

มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อลิตร

หน่วย mmol/L**

(มิลลิโมลต่อลิตร)

1

โซเดียม (Sodium)

136-145 mEq/L

(มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อลิตร)

136-145 mmol/L

(มิลลิโมลต่อลิตร)

2

โพแทสเซียม (Potassium)

3.5-5.1 mEq/L

(มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อลิตร)

3.5-5.1 mmol/L

(มิลลิโมลต่อลิตร)

3

คลอไรด์ (Chloride)

98-107 mEq/L

(มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อลิตร)

98-107 mmol/L

(มิลลิโมลต่อลิตร)

4

ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate)

23-29 mEq/L

(มิลลิอิควิวาเลนท์ต่อลิตร)

23-29 mmol/L

(มิลลิโมลต่อลิตร)

5

แอนไอออน แกป (anion gap)

ไม่มีค่ามาตรฐาน (ขึ้นกับห้องตรวจปฏิบัติการแต่ละแห่ง)

6

Blood gases

ไม่มีค่ามาตรฐาน (ขึ้นกับห้องตรวจปฏิบัติการแต่ละแห่ง)

 

* หน่วย mEq/L เป็นหน่วยแบบ Conventional Units เป็นหน่วยที่ใช้รายงานผลทางห้องปฏิบัติการของประเทศสหรัฐอเมริกา

** หน่วย mmol/L เป็นหน่วยแบบ SI (International System of Units) เป็นระบบการรายงานผลทางห้องปฏิบัติการระหว่างประเทศ

หมายเหตุ

1. หากมีใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี) ให้ยืดตามค่าที่ระบุนั้นเป็นหลัก

2. หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

3. การตรวจ Electrolytes ไม่ต้องงดอาหารและน้ำ

 

 

ลำดับ

ค่าทางห้องปฏิบัติการ

ค่าต่ำกว่าปกติ

ค่าสูงกว่าปกติ

1

โซเดียม (Sodium)

  • มีความผิดปกติของต่อมหมวกไต โดยมีการสร้างฮอร์โมนไม่เพียงพอ หรือ พบปัญหาความผิดปกติของฮอร์โมน (antidiuretic hormone) หรือมีปริมาณฮอร์โมน vasopressin มากเกินไป
  • ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาต้านซึมเศร้า และมอร์ฟีน เป็นต้น
  • ภาวะขาดน้ำ อาเจียน หรือท้องเสีย
  • มีปริมาณของเหลวในร่างกายเพิ่มขึ้น เช่น ตับแข็ง ภาวะหัวใจล้มเหลว ไตวาย หรือการดื่มมากเกินไปขณะที่ออกกำลังกาย เป็นต้น
  • มีการสลายไขมัน
  • มีความผิดปกติของต่อมหมวกไต โรคเบาจืด โดยอาจเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันและภาวะเครียด เป็นต้น
  • เป็นโรคเบาหวาน
  • เสียปริมาณของเหลวในร่างกายมาก เช่น เหงื่อออก ท้องเสีย ได้รับยาขับปัสสาวะ เป็นต้น
  • รับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง
  • ได้รับยาบางชนิดมากเกินไป เช่น ยาต้านอักเสบที่ไม่ใชสเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด หรือยาระบาย เป็นต้น

2

โพแทสเซียม (Potassium)

  • มีอาการต่อไปนี้ เช่น อาเจียน, ท้องเสีย เป็นต้น
  • มีความผิดปกติของไตหรือต่อมหมวกไต (Conn syndrome)
  • มีภาวะ เช่น Cushing's syndrome, Gitelman syndrome, Liddle syndrome, Bartter syndrome, Fanconi syndrome เป็นต้น

· ภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาพาราเซตามอลเกินขนาด

· ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงชนิด Diabetic ketoacidosis

  • ดื่มแอลอฮอล์มากเกินไป
  • เหงื่อออกมาก
  • ขาดกรดโฟลิก
  • มีภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
  • ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาปฏิชีวนะ ยาระบาย (กรณีใช้มาเป็นระยะเวลานาน) ยาสำหรับรักษาโรคหืด เป็นต้น
  • เป็นโรคไต Addison disease เนื้อเยื่อถูกทำลาย มีการติดเชื้อ เป็นโรคเบาหวานภาวะขาดน้ำ หรือโรคอื่นๆที่เกี่ยวกับการควบคุมระดับโพแทสเซียม
  • ได้รับยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ (penicillin G และ trimethoprim) ยายับยั้งเชื้อราและยีสต์ ยาลดความดันโลหิต (กลุ่ม ACEIs, ARBs, beta-blockers) ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (heparin) ยาต้านอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาเสริมโพแทสเซียม ยาขับปัสสาวะ เช่น spironolactone, triamterene, amiloride เป็นต้น
  • อาหารเสริม/สมุนไพร เช่น โสม เป็นต้น

3

คลอไรด์ (Chloride)

  • มีโรคที่ส่งผลทำให้ระดับโซเดียมในเลือดต่ำ
  • มีภาวะหัวใจล้มเหลว อาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานาน Addison disease โรคถุงลมโป่งพอง
  • ภาวะกรดที่สาเหตุจากการหายใจและการเกิดด่างจากเมตาบอลิสม
  • มีโรคที่ทำให้มีระดับโซเดียมในเลือดสูง เช่น Cushing syndrome หรือโรคไต เป็นต้น
  • ภาวะด่างที่สาเหตุจากการหายใจและการเกิดกรดจากเมตาบอลิสม

4

ไบคาร์บอเนต (Bicarbonate)

  • มีอาการหายใจเร็วกว่าปกติ (hyperventilation) ท้องเสีย ภาวะขาดน้ำ มีภาวะทุพโภชนาอย่างรุนแรง, โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ ภาวะไทรอยด์ในเลือดสูง หรือโรคเบาหวานชนิดที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้
  • ได้รับยาละลายลิ่มเลือด (aspirin)
  • ได้รับแอลกฮอล์มากเกินไป
  • มีอาการอาเจียน ภาวะขาดน้ำ ได้รับเลือด
  • มีภาวะต่างๆ เช่น อโนเร็กเซีย (anorexia) ถุงลมโป่งพอง น้ำท่วมปอด โรคหัวใจ Cushing's disease หรือ Conn's syndrome เป็นต้น
  • ได้รับยาที่มีส่วนประกอบเป็นไบคาร์เนต (ยาลดกรด)

5

แอนไอออน แกป (anion gap)

  • มีระดับอัลบูมิน (albumin) ในเลือดต่ำ แต่มีอิมมูโนโกลบูลิน (immunoglobulin) สูง
  • มีภาวะการเกิดกรดจากเมตาบอลิสม ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้, การอดอาหาร, ไตถูกทำลาย รวมถึงการได้รับยาหรือสารพิษต่างๆ มากเกินไป เช่น aspirin, methanol เป็นต้น

6

Blood gases

  • ภาวะกรดที่สาเหตุจากการหายใจ
  • การเกิดกรดจากเมตาบอลิสม
  • ภาวะด่างที่สาเหตุจากการหายใจ
  • การเกิดด่างจากเมตาบอลิสม

 

 

ข้อควรทราบ

เอกสารอ้างอิง

  1. Electrolyte. Lab Tests Online. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified: September 2, 2015. [cited in 18 January 2017]. Available from https://labtestsonline.org/understanding/analytes/electrolytes
  2. Sodium. Lab Tests Online. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified: January 29, 2016. [cited in 18 January 2017]. Available from https://labtestsonline.org/understanding/analytes/sodium/tab/test
  3. Why Do I Need a Blood Test for Sodium?. WebMD. Medical Reference from Healthwise. Last Updated: November 19, 2016. [cited in 18 January 2017]. Available from http://www.webmd.com/hypertension-high-blood-pressure/blood-test-for-sodium
  4. Potassium. Lab Tests Online. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified: January 29, 2016. [cited in 18 January 2017]. Available from https://labtestsonline.org/understanding/analytes/potassium/tab/test
  5. Hyperkalemia: Symptoms and Treatments. WebMD. Medical Reference from Healthwise. Last Updated: September 29, 2015. [cited in 18 January 2017]. Available from http://www.webmd.com/a-to-z-guides/hyperkalemia-causes-symptoms-treatments
  6. What Is Hypokalemia?. WebMD. Medical Reference from Healthwise. Last Updated: September 01, 2016. [cited in 18 January 2017]. Available from http://www.webmd.com/digestive-disorders/hypokalemia
  7. Chloride. Lab Tests Online. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified: January 26, 2016. [cited in 18 January 2017]. Available from https://labtestsonline.org/understanding/analytes/chloride/tab/test/
  8. Carbon Dioxide (Bicarbonate). WebMD. Medical Reference from Healthwise. Last Updated: August 21, 2015. [cited in 18 January 2017]. Available from http://www.webmd.com/a-to-z-guides/bicarbonate
  9. Blood Gases. Lab Tests Online. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified: December 29, 2014. [cited in 18 January 2017]. Available from https://labtestsonline.org/understanding/analytes/blood-gases/tab/test

 

ผู้เรียบเรียง: ภญ.ปานรดา นวลโสภาภณ

วันที่เรียบเรียง 24 มกราคม 2560