Complete blood count : Red blood cell, White blood cell, Platelet (ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด)

 อื่นๆ 

Complete blood count : Red blood cell, White blood cell, Platelet

ชื่ออื่นๆ : CBC, Hemogram, CBC with Differential

ค่าทางห้องปฏิบัติการนี้คืออะไร

Complete blood count (CBC) คือ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ซึ่งจะบอกถึงจำนวนเซลล์เม็ดเลือดในร่างกาย โดยแบ่งตามชนิดของเซลล์เม็ดเลือดเป็น 3 ชนิด ได้แก่

1. เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell : RBC) เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ลำเลียงก๊าซออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย โดยการตรวจเซลล์เม็ดเลือดแดง ประกอบด้วย

2. เม็ดเลือดขาว (White Blood Cell : WBC) เป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เช่น เชื้อโรค หรือเซลล์มะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบทบาทต่อปฏิกิริยาการแพ้และการอักเสบ โดยการตรวจเซลล์เม็ดเลือดขาว ประกอบด้วย

3. เกล็ดเลือด (Platelet) เป็นเซลล์ที่มีบทบาทในการแข็งตัวของเลือด เวลาเกิดบาดแผลและมีเลือดออก โดยการตรวจเกล็ดเลือด ประกอบด้วย

ทำไมต้องตรวจค่าทางห้องปฏิบัติการนี้

การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ใช้สำหรับ

สิ่งที่ต้องแจ้งแพทย์ก่อนตรวจค่าทางห้องปฏิบัติการ

· กรุณาแจ้งแพทย์หากท่านได้รับยาเคมีบำบัด สมุนไพร หรือวิตามินใดๆอยู่ เพื่อใช้ในการประเมินสาเหตุและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

· กรุณาแจ้งแพทย์หากท่านได้รับยา เช่น ยาสเตียรอยด์, ยาปฏิชีวนะบางชนิด, ยากลุ่ม thiazide, ยาเคมีบำบัด, quinidine เป็นต้น สมุนไพร หรือวิตามินใดๆอยู่ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการแปลผลทางห้องปฏิบัติการได้

· ประวัติการใช้ยาต้านการแข็งเลือด (warfarin) หรือ ยาละลายลิ่มเลือด (Aspirin)

· มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง ม้ามโต หรือเป็นโรคเลือด หรือได้รับการฉายแสง

· ตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์

แปลผลอย่างไร

 

ลำดับ

ค่าทางห้องปฏิบัติการ

ค่าปกติ

(ผู้ใหญ่)

Conventional Units*

SI

Units**

 

เซลล์เม็ดเลือดแดง

 

 

1

ปริมาณฮีโมโกลบิน

(Hemoglobin : Hb)

 

 

 

ชาย

14-17.5 g/dL

(กรัมต่อเดซิลิตร)

140-175 g/L

(กรัมต่อลิตร)

 

หญิง

12.3-15.3 g/dL

(กรัมต่อเดซิลิตร)

123-153 g/L

(กรัมต่อลิตร)

2

ปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hematocrit : Hct)

 

 

 

ชาย

41.5-50.4%

(ร้อยละ)

0.415-0.504 (สัดส่วน)

 

หญิง

36.9-44.6%

(ร้อยละ)

0.369-0.446 (สัดส่วน)

3

การตรวจนับจำนวนเลือดแดง

(Red blood cell count : RBC count)

 

 

 

ชาย

4.5-5.9 x 106 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

4.5-5.9 x 1012 per liter (L)

(เซลล์ต่อลิตร)

 

หญิง

4.5-5.1 x 106 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

4.5-5.9 x 1012 per liter (L)

(เซลล์ต่อลิตร)

4

ดัชนีเม็ดเลือดแดง

(Red blood cell indies)

 

 

 

ปริมาตรของเซลล์เม็ดเลือดแดงเฉลี่ย

(Mean corpuscular volume : MCV)

80-96 micrometer3 (ลูกบาศก์ไมโครเมตร)

80-96 fL

(เฟมโตลิตร)

 

ปริมาณเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง

(Mean corpuscular hemoglobin : MCH)

27.5-33.2 picogram (pg) (พิโคกรัม)

27.5-33.2 picogram (pg) (พิโคกรัม)

 

ความเข้มข้นเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง

(Mean corpuscular hemoglobin concentration : MCHC)

33.4-35.5 g/dL

(กรัมต่อเดซิลิตร)

334-355 g/L

(กรัมต่อลิตร)

5

ความกว้างของการกระจายขนาดเม็ดเลือดแดง

(Red cell distribution width : RDW)

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

6

การตรวจนับปริมาณเม็ดเลือดแดงตัวอ่อน

(Reticulocyte count)

1. 0.5-1.5% (ร้อยละ)

1. 0.005-0.015 number fraction (สัดส่วน)

 

2. 25-75 x 103 per microliter (mcL) (ลูกบาศก์เมตรต่อไมโครลิตร)

2. 25-75 x 109 per liter (L)

(ต่อลิตร)

7

อัตราการตกตะกอนของเซลล์เม็ดเลือดแดง

(Erythrocyte sedimentation rate : ESR)

 

 

 

ชาย

อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี :

0-15 millimeters per hour (mm/hr) (มิลลิลิตรต่อชั่วโมง)

 

อายุมากกว่า 50 ปี :

0-20 millimeters per hour (mm/hr) (มิลลิลิตรต่อชั่วโมง)

 

 

หญิง

อายุน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี :

0-20 millimeters per hour (mm/hr) (มิลลิลิตรต่อชั่วโมง)

 

อายุมากกว่า 50 ปี :

0-30 millimeters per hour (mm/hr) (มิลลิลิตรต่อชั่วโมง)

 

 

เซลล์เม็ดเลือดขาว

 

 

1

การตรวจนับจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว

(White blood cell count : WBC count)

4,500-11,000 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

4.5-11.0 x 109 per liter (L)

(เซลล์ต่อลิตร)

2

การนับแยกชนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาว

(White blood cell differentiation)

 

 

 

Neutrophils

1. 50%-62%

(ร้อยละ)

1. 0.50-0.62 (สัดส่วน)

2. Absolute count
1,800-7,800 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

2. Absolute count 1.8-7.8X 109 per liter (L)

(เซลล์ต่อลิตร)

 

Lymphocytes

1. 25%-40%

(ร้อยละ)

1. 0.25-0.40 (สัดส่วน)

 

 

2. Absolute count
1,000-4,800 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

2. Absolute count 1.0-4.8X 109 per liter (L) (เซลล์ต่อลิตร)

 

Monocytes

1. 3%-7%

(ร้อยละ)

1. 0.30-0.70 (สัดส่วน)

2. Absolute count
0-800 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

2. Absolute count 0-0.8X 109 per liter (L) (เซลล์ต่อลิตร)

 

Eosinophils

1. 0%-3%

(ร้อยละ)

1. 0-0.30

(สัดส่วน)

2. Absolute count
0-450 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

2. Absolute count 0-0.45X 109 per liter (L) (เซลล์ต่อลิตร)

 

Basophils

1. 0%-1%

(ร้อยละ)

 

1. 0-0.10

(สัดส่วน)

 

 

2. Absolute count
0-200 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

2. Absolute count 0-0.2X 109 per liter (L) (เซลล์ต่อลิตร)

 

เกล็ดเลือด

 

 

1

การตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือด

(Platelet count หรือ Thrombocyte count)

150-450 x 103 per microliter (mcL)

(เซลล์ต่อไมโครลิตร)

150-450 x 109 per liter (L)

(เซลล์ต่อลิตร)

2

ปริมาตรของเกล็ดเลือดเฉลี่ย (Mean platelet volume : MPV)

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

3

ความกว้างของการกระจายขนาดเกล็ดเลือด

(Platelet distribution width : PDW)

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

* Conventional Units เป็นหน่วยที่ใช้รายงานผลทางห้องปฏิบัติการของประเทศสหรัฐอเมริกา

** SI (International System of Units) เป็นระบบการรายงานผลทางห้องปฏิบัติการระหว่างประเทศ

หมายเหตุ

1. หากมีใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี) ให้ยืดตามค่าที่ระบุนั้นเป็นหลัก

2. หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

3. การตรวจ CBC ไม่ต้องงดอาหารและน้ำ

 

 

ลำดับ

ค่าทางห้องปฏิบัติการ

ค่าต่ำกว่าปกติ

ค่าสูงกว่าปกติ

 

เซลล์เม็ดเลือดแดง

 

 

1

ปริมาณฮีโมโกลบิน (Hemoglobin : Hb)

  • มีภาวะเลือดออกเฉียบพลันหรือเรื้อรัง
  • เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย
  • ขาดสารอาหาร เช่น ขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือโฟลิค เป็นต้น
  • มีความผิดปกติของไขกระดูก
  • มีการอักเสบเรื้อรัง
  • มีโรคไตเรื้อรัง
  • ขาดน้ำ
  • โรคที่เกี่ยวกับปอด
  • ไตหรือเนื้องอกอื่นๆ ผลิต erythropoietin มากเกินไป
  • สูบบุหรี่
  • พักอาศัยบนที่สูง
  • พันธุกรรม
  • โรค Polycythemia vera

2

ปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hematocrit : Hct)

3

การตรวจนับจำนวนเลือดแดง

(Red blood cell count : RBC count)

 

 

4

ดัชนีเม็ดเลือดแดง (Red blood cell indies)

 

 

 

ปริมาตรของเซลล์เม็ดเลือดแดงเฉลี่ย

(Mean corpuscular volume : MCV)

  • ภาวะซีด
  • การขาดธาตุเหล็ก
  • ธาลัลซีเมีย
  • ภาวะซีดที่มีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินบี 12 หรือโฟลิค
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • โรคตับ
  • ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ

 

ปริมาณเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง

(Mean corpuscular hemoglobin : MCH)

 

ความเข้มข้นเฉลี่ยของฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง

(Mean corpuscular hemoglobin concentration : MCHC)

  • ภาวะซีด
  • การขาดธาตุเหล็ก
  • ธาลัลซีเมีย
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือดตนเอง
  • มีแผลไหม้
  • โรคทางพันธุกรรม

5

ความกว้างของการกระจายขนาดเม็ดเลือดแดง

(Red cell distribution width : RDW)

ไม่มีข้อมูล

  • ภาวะซีด

6

การตรวจนับปริมาณเม็ดเลือดแดงตัวอ่อน

(Reticulocyte count)

  • ภาวะซีด
  • โรคทางไขกระดูก หรือไขกระดูกถูกทำลาย
  • ขาดสารอาหาร (ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือโฟลิค)
  • ภาวะซีด
  • ภาวะเลือดออกหรือเม็ดเลือดแดงแตก
  • ขาดสารอาหาร (ธาตุเหล็ก)

 

7

อัตราการตกตะกอนของเซลล์เม็ดเลือดแดง

(Erythrocyte sedimentation rate : ESR)

  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ระดับเม็ดเลือดแดงข้น (Polycythemia)
  • Sickle cell disease
  • โรคตับรุนแรง

 

  • มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune)
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • โรคไตเรื้อรัง
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส เช่น มีภาวะปอดบวม ติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ, ไต, กระดูกและข้อ, ผิวหนัง เป็นต้น
  • มีการอักเสบของข้อและหลอดเลือด
  • มีการอักเสบที่ต่อมไทรอยด์ (grave’s disease)
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ

 

เซลล์เม็ดเลือดขาว

1

การตรวจนับจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว

(White blood cell count : WBC count)

  • มีความผิดปกติของไขกระดูก
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune)
  • มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • ขาดสารอาหาร
  • โรคทางระบบภูมิค้มกัน

 

  • มีการติดเชื้อ (โดยส่วนมากจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส)
  • มีการอักเสบ (inflammation)
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • เป็นภูมิแพ้ หรือเป็นโรคหืด
  • มีเนื้อเยื่อตายจากสาเหตุต่างๆ เช่น มีภาวะบาดเจ็บ มีแผลไหม้ หรือโรคหัวใจ เป็นต้น
  • ออกกำลังกายอย่างหนักหรือเครียดอย่างรุนแรง

2

การนับแยกชนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาว

(White blood cell differentiation)

 

Neutrophils

  • มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง
  • ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune)
  • ขาดสารอาหาร
  • ปฏิกิริยาแพ้ยา หรือได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • โรคทางระบบภูมิค้มกัน
  • มีความผิดปกติของไขกระดูก
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างเฉียบพลัน
  • มีการอักเสบ (inflammation)
  • มีเนื้อเยื่อตายจากสาเหตุต่างๆ เช่น มีภาวะบาดเจ็บ มีแผลไหม้ หรือโรคหัวใจ เป็นต้น
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • มีอาการ Cushing syndrome

 

Lymphocytes

  • มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune)
  • มีการติดเชื้อ (เช่น ติดเชื้อไวรัส ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้หวัดใหญ่)
  • ไขกระดูกถูกทำลาย (เช่น ได้รับยาเคมีบำบัด หรือได้รับการฉายแสง เป็นต้น)
  • ได้รับยาสเตียรอยด์
  • มีการติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลัน (เช่น อีสุกอีใส เริม หัดเยอรมัน เป็นต้น)
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น โรคไอกรน วัณโรค เป็นต้น)
  • มีการอักเสบเรื้อรัง (chronic inflammation) เช่น ulcerative colitis เป็นต้น
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • มีภาวะเครียดอย่างฉับพลัน

 

Monocytes

  • ไขกระดูกถูกทำลาย
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด

 

  • มีการติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน (เช่น วัณโรค เชื้อรา เป็นต้น)
  • มีการติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ (bacterial endocarditis)
  • โรคของเส้นเลือดและคอลลาเจน (เช่น rheumatoid arthritis, vasculitis เป็นต้น)
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด

 

Eosinophils

ไม่มีนัยสำคัญต่อการแปลผล

 

  • เป็นโรคหืดหรือภูมิแพ้
  • ปฏิกิริยาแพ้ยา
  • มีการติดเชื้อที่ปรสิต
  • มีภาวะอักเสบ เช่น inflammatory bowel disease เป็นต้น
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • โรค addison

 

Basophils

ไม่มีนัยสำคัญต่อการแปลผล

 

  • ปฏิกิริยาแพ้ เช่น แพ้อาหาร ผื่น เป็นต้น (พบน้อย)
  • มีภาวะอักเสบ
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • ภาวะ uremia

 

เกล็ดเลือด

1

การตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือด

(Platelet count หรือ Thrombocyte count)

  • มีการติดเชื้อไวรัส เช่น หัด ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น หรือมีการติดเชื้อ (sepsis)
  • มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune)
  • โรคตับแข็ง
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือด
  • ได้รับยาบางชนิด เช่น paracetamol,

quinidine, ยากลุ่มซัลฟา เป็นต้น

  • ได้รับยาเคมีบำบัดหรือได้รับการฉายแสง
  • โรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งที่ปอด, ทางเดินอาหาร, เต้านม, รังไข่, เม็ดเลือดขาว เป็นต้น
  • มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune)
  • ขาดธาตุเหล็ก
  • ภาวะซีด เนื่องจากเม็ดเลือดแดงแตก

 

2

ปริมาตรของเกล็ดเลือดเฉลี่ย

(Mean platelet volume : MPV)

  • มีความผิดปกติในการผลิตเกล็ดเลือด
  • มีความผิดปกติในการผลิตเกล็ดเลือด

3

ความกว้างของการกระจายขนาดเกล็ดเลือด

(Platelet distribution width : PDW)

ไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล

 

 

ข้อควรทราบ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. Complete Blood Count. Lab Tests Online. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified: September 8, 2016. [cited in 15 January 2017]. Available from https://labtestsonline.org/understanding/analytes/cbc/tab/test
  2. Complete Blood Count. WebMD. Medical Reference from Healthwise. Last Updated: August 21, 2015. [cited in 15 January 2017]. Available from http://www.webmd.com/a-to-z-guides/complete-blood-count-cbc#1
  3. Sedimentation Rate (Sed Rate). WebMD. Medical Reference from Healthwise. Last Updated: August 21, 2015. [cited in 15 January 2017]. Available from http://www.webmd.com/a-to-z-guides/sedimentation-rate#2

 

ผู้เรียบเรียง: ภญ. ปานรดา นวลโสภาภณ

วันที่เรียบเรียง 24 มกราคม 2560