เคมีบำบัด น่ากลัวจริงหรือ?

 โรคและอาการที่เกิดจากยา  เนื้องอกและมะเร็ง 

 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำเคมีบำบัด?

        ผู้ป่วยควรเตรียมพร้อมสำหรับการรักษาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เชื่อมั่นในวิทยาการสมัยใหม่ซึ่งสามารถลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดูแลตัวเองให้พร้อมโดยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีการติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด ถ้ามีโรคประจำตัวควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการรักษา

ระหว่างได้รับเคมีบำบัด ควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

        ผู้ป่วยควรดูแลตัวเองโดยการทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนั้นยังต้องสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง ท้องร่วง ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัดเพื่อแจ้งให้แพทย์ทราบ อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ชนิดของยา ขนาดของยา รวมถึงระยะเวลาที่ได้รับยาด้วย อย่างไรก็ตามอาการดังกล่าวเหล่านั้นจะค่อยๆหายไปเองเมื่อสิ้นสุดการให้ยาเคมีบำบัด

ควรทำอย่างไรเมื่อมีอาการเหล่านี้?

อ่อนเพลีย

        หากมีอาการอ่อนเพลียหรือรู้สึกไม่สบายควรจะพักผ่อน แต่ไม่ควรนอนอยู่กับเตียงทั้งวัน หากอาการดีขึ้นแล้วควรจะแบ่งเวลาไปทำกิจกรรมต่างๆหรือหาเวลาออกกำลังกายเบาๆบ้าง ทานอาหารครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ ควรเลือกทานอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีน รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วย

ผมร่วง

        ยาเคมีบำบัดบางชนิดเท่านั้นที่ทำให้ผมร่วง โดยผมจะเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ตามปกติหลังจากหยุดยาประมาณ 1-3 เดือน ในระหว่างนั้นควรใช้แชมพูสระผมแบบอ่อน ดูแลเส้นผมอย่างอ่อนโยน และตัดผมสั้นเพราะจะทำให้ผมดูหนาขึ้น หลีกเลี่ยงการทำสี ดัด หรือยืดผม รวมถึงการใช้สเปรย์ และไดร์เป่าผมด้วย ควรสวมหมวกเวลานอน ในกรณีที่ผมร่วงหมดควรทาครีมกันแดดที่หนังศีรษะและใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด

คลื่นไส้ อาเจียน

        อาการคลื่นไส้ อาเจียนอาจเกิดขึ้นได้จากยาเคมีบำบัด แต่ไม่ใช่สำหรับยาทุกตัว โดยปกติแพทย์จะให้ยาเพื่อป้องกันอาการดังกล่าวก่อนการให้เคมีบำบัดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอาการดังกล่าวได้โดยทานอาหารและดื่มน้ำครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง ทานช้าๆเคี้ยวอาหารให้ละเอียด หลีกเลี่ยงอาหารหวาน ของทอด อาหารมันๆและอาหารรสจัด หลังจากทานอาหารไม่ควรนอนราบอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง ผ่อนคลายความเครียดโดยการฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงกลิ่นที่ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ และไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่คับแน่นจนเกินไป
        หากมีอาการคลื่นไส้ ควรนอนหงายราบๆในที่เงียบประมาณ 15-40 นาที หายใจทางปากช้าๆลึกๆ อาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบที่ตาทั้ง 2 ข้างไว้และพูดคุยกับเพื่อนเพื่อให้ผ่อนคลาย
        เมื่อมีอาการอาเจียนให้บ้วนปากให้สะอาดและพยายามไม่ดื่มอะไรเป็นเวลา 30 นาที หากเคยคลื่นไส้อาเจียนขณะได้รับเคมีบำบัดควรงดอาหารก่อนทำเคมีบำบัดอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง

ท้องเสีย

        ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดอาจมีอาการท้องเสียได้ หากเป็นติดต่อกันเกิน 1 วันควรรีบปรึกษาแพทย์ ไม่ควรทานยาแก้ท้องเสียเอง หากมีอาการท้องเสียอาจบรรเทาได้โดยการดื่มน้ำบ่อยๆ (ไม่ดื่มน้ำร้อนหรือเย็นจัด) ทานอาหารครั้งละน้อยๆสลับกับน้ำเกลือแร่ในระหว่างวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่เครื่องเทศและกะทิ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มจำพวกชา กาแฟ แอลกอฮอล์ นม และเครื่องดื่มที่มีรสหวาน ควรทานข้าวต้มเปล่าๆ งดการทานข้าวสวย หลังจากการถ่ายอุจจาระควรทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆและเช็ดให้แห้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่หากมีแผลเกิดขึ้นจากการถ่ายบ่อยให้แช่ก้นด้วยน้ำอุ่นแล้วเช็ดให้แห้ง หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

การติดเชื้อ

        ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดจะมีภูมิต้านทานลดลงทำให้มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรดูแลตัวเองด้านความสะอาดเป็นพิเศษโดยการล้างมือบ่อยๆ อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและมีคนพลุกพล่าน ไม่ทานอาหารสุกๆดิบๆ ทานผักที่ต้มสุก และปลอกเปลือกผลไม้ก่อนทาน และหากมีอาการหนาวสั่น เหงื่อออก ปัสสาวะแสบขัด หรือมีไข้ ควรพบแพทย์ทันที

ภาวะโลหิตจางและเกร็ดเลือดต่ำ

        ควรดูแลตนเองโดยการทานผักและผลไม้หรือเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะตับ ไข่ อาหารทะเล นอนหลับในช่วงกลางคืนให้นานขึ้น 1-2 ชั่วโมง และนอนกลางวัน 1-2 ชั่วโมง เวลาจะลุกหรือนั่งควรค่อยๆลุก หากผู้ป่วยมีภาวะโลหิตจางจะทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกายไม่เพียงพอ ทำให้มีความรู้สึกอ่อนเพลีย หายใจถี่ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม ควรปรึกษาแพทย์
        ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดจะทำให้เกิดภาวะเกร็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่ายและหยุดยาก เวลาปัสสาวะหรือบ้วนเสมหะอาจมีเลือดปน จึงควรป้องกันร่างกายไม่ให้ถูกกระทบกระแทกหรือเกิดอุบัติเหตุ ใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่มหรือบ้วนปากแทนการแปรงฟัน ใช้ลิปมันทาปาก ถ้ามีเลือดกำเดาออกให้แหงนหน้าและเอามือบีบจมูก หากมีอาการเขียวเป็นจ้ำๆ เป็นผื่นแดง หรือมีเลือดออก เช่น เลือดออกตามไรฟัน ไอ อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ ให้รีบพบแพทย์

 

เรียบเรียงโดย ภญ.มนธีรา ยอดวัลลภ