ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด (HbA1c)

 เบาหวาน 

ค่าทางห้องปฏิบัติการ :     Hb A1C (Hemoglobin A1c)
ชื่ออื่นๆ :  
Glycohemoglobin, Glycated hemoglobin, Glycosylated hemoglobin, Diabetic control index
 

ค่าทางห้องปฏิบัติการนี้คืออะไร
ของหวาน         Hb A1c (Hemoglobin A1c) เป็นการตรวจค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
เพื่อพิจารณาและประเมินผลการรักษาในภาพรวมช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ว่าคุณสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้หรือไม่ และใช้เพื่อการคัดกรองและวินิจฉัยภาวะเบาหวานในปัจจุบันด้วย


        การตรวจ Hb A1c สามารถดูผลการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงที่ผ่านมาเป็นเดือนๆได้ เนื่องจาก เป็นการนำผลของระดับน้ำตาลที่เกาะอยู่ที่ส่วนประกอบในเม็ดเลือดแดง ที่เรียกว่า ฮีโมโกลบิน (hemoglobin) ซึ่งน้ำตาลนี้จะเกาะอยู่นานจนสิ้นอายุขัยของเม็ดเลือดแดง ซึ่งระยะเวลานานถึง 3 เดือน มาตรวจหาค่าเฉลี่ยนั้นเอง

การตรวจ Hb A1c สำคัญอย่างไร
        โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชม. (FBS) ครั้งเดียว เป็นการบอกระดับน้ำตาลในช่วงนั้นๆที่มาพบแพทย์ อาจจะไม่เพียงพอที่จะประเมินประสิทธิภาพการรักษาในระยะยาวได้ ดังนั้นการตรวจค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา (HbA1c) จึงมีความสำคัญ เพื่อช่วยประเมินผลการรักษา และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนโรคเบาหวานในระยะยาวได้ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงระยะเวลานาน ส่งผลให้ทำลายระบบร่างกายต่างๆ มากมาย เช่น ไตเสื่อม ตาเสื่อม ระบบหลอดเลือดหัวใจ และระบบปลายประสาท โดยผู้ป่วยทั่วไปมีเป้าหมายการลด Hb A1c ที่น้อยกว่า 7 mg%  หากเป็นไปได้ควรน้อยกว่า 6.5 mg% เนื่องจากมีการศึกษาสามารถลดการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ในระยะยาวได้

ตรวจบ่อยแค่ไหน
        การตรวจค่า Hb A1c แนะนำให้ตรวจอย่างน้อยปีละ 2 ครั้งในผู้ป่วยเบาหวาน หรือมากกว่านั้นหากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ หรือมีการปรับเปลี่ยนการรักษาใหม่ ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา


ค่า Hb A1c แปลผลอย่างไร
    คนปกติไม่มีภาวะเบาหวาน จะมีค่า Hb A1C ประมาณ 5 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ (mg%) แต่สำหรับผู้เป็นเบาหวานจะมีค่าสูงกว่าปกติ

 

ผู้ที่ตรวจ Hb A1c ครั้งแรก เพื่อการคัดกรองเบาหวาน

ค่าปกติ     ผู้ไม่เป็นเบาหวาน     =  น้อยกว่า 5.7 mg%

ผู้มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน     =  5.7 mg% ถึง 6.4 mg%

ผู้เป็นเบาหวาน             =  มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5 mg%

 

สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน ค่าเป้าหมาย Hb A1c ในการรักษา

น้อยกว่า 7 mg%   [หากเป็นไปได้ควรน้อยกว่า 6.5 mg%]



ค่ามากผิดปกติ

 

1.   ผู้ที่ตรวจ Hb A1c ครั้งแรก เพื่อการคัดกรองเบาหวา

1.1   Hb A1c ค่าช่วง 5.7 mg% ถึง 6.4 mg%

การจัดการ

1.2     Hb A1c ค่าช่วง มากกว่าหรือเท่ากับ 6.5 mg%

การจัดการ


2.   ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นเบาหวานแล้ว

2.1   HbA1c ค่าช่วง มากกว่า 7 mg% คือ ค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาสูงกว่าปกติ อาจนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวได้


การจัดการ


  

ข้อควรทราบ

  1. หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และสามารถอ่านข้อมูลเรื่องโรคเบาหวานเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซด์ yaandyou นี้ที่ หัวข้อ “รอบรู้เรื่องโรค เบาหวาน”
  2. การตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานนั้น อาจจะตรวจเฉพาะระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง (FBS) เท่านั้นก็ได้ขึ้นกับดุลพินิจจากแพทย์
  3. การตรวจ Hb A1c ไม่สามารถทดแทนการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง (FBS)  หรือการตรวจระดับน้ำตาลด้วยตนเอง (SMBG)ที่ตรวจทุกๆวันได้ เพื่อการปรับระดับยาอินซูลิน หรือเพื่อพิจารณาระดับน้ำตาลในเลือดต่ำในช่วงขณะนั้นๆได้แต่อย่างใด
  4. หากท่านมีภาวะต่างๆเหล่านี้ ควรแจ้งแพทย์ คือ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง โรคตับ ผู้ที่มีความผิดปกติของค่าเลือด เช่น โรคโลหิตจางประเภทต่างๆ [iron deficient, vitamin B12 deficient] หรือผู้ที่เสียเลือดมากเนื่องจากอาจทำให้ผลการตรวจ HbA1c ผิดพลาดจากความเป็นจริงได้

   
เอกสารอ้างอิง

  1. HbA1c. Medlineplus. Last updated: June 28, 2011. [cited in 19 January 2012].  Available from http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/003640.htm.
  2. HbA1c. Lab Tests Online®. American Association for Clinical Chemistry (AACC). Last modified:  July 6, 2011.. [cited in 19 January 2012].  Available from http://labtestsonline.org/understanding/analytes/a1c/tab/faq.
  3. A1C. Living With Diabetes. [cited in 19 January 2012].  Available from http://www.diabetes.org/living-with-diabetes/treatment-and-care/blood-glucose-control/a1c/.
  4. American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes--2011. Diabetes Care. 2011 Jan;34 Suppl 1:S11-61. Available from http://care.diabetesjournals.org/content/35/Supplement_1/S4.full.pdf.


เรียบเรียงโดย ภญ. สุพรรณิการ์ ประทีปจรัสแสง