ความจริง 9 ประการ กับ การรับมือกับกัมมันตภาพรังสี

 วิธีใช้ยา และยารูปแบบพิเศษ 

 

ความจริง 9 ประการ กับ การรับมือกับกัมมันตภาพรังสี

ก่อนอื่นเลยต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเพื่อนร่วมโลกชาวญี่ปุ่นทุกท่านครับ หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าความเสียหายอันประเมินค่ามิได้ คงไม่ร้ายแรงไปกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญที่ต้องพูดถึงก็คือการระเบิดของโรงงานไฟฟ้าปรมาณูที่เมืองฟุกุชิม่า ซึ่งหลายๆท่านที่ทราบข่าวก็อดเป็นกังวลไม่ได้ว่า กัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลออกมานั้นคืออะไร หรือ มีโอกาสเป็นอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแคไหน ? ดังนั้นด้วยความจริง 9 ประการนี้คงพอจะเป็นข้อมูลให้กับท่านผู้อ่านได้บ้างนะครับ

  1. กัมมันตภาพรังสีที่มีการรั่วออกมาประกอบด้วย ไอโอดีน –131(Iodine-131) และ ซีเซียม- 137 (Cesium-137)

  2. สารกัมมันตภาพรังสีทั้งสองตัวได้มากจากกระบวนการแตกตัวทางนิวเคลียร์ของแร่ธาตุยูเรเนียมหรือพลูโตเนียมที่มีชื่อว่ากระบวนการฟิชชัน

  3. ตัวเลขข้างหลังชื่อของสารหมายถึง เลขมวล (Mass Number) ซึ่งเป็นหมายเลขแสดงผลรวมของประจุบวก(โปรตรอน)และประจุที่เป็นกลาง(นิวตรอน) ที่อยู่ในอนุภาคของธาตุนั้นๆซึ่งมักถูกนำมาใช้ในการเรียกระบุตัวเลขเพื่อแสดงความแตกต่างของสารกัมมันตภาพรังสีต่างๆ

  4. จริงๆแล้วสารกัมมันตภาพรังสีทั้งคู่ล้วนมีอันตรายต่อร่างกาย แต่กระแสความหวาดกลัวของกัมมันตภาพรังสีกลับไปตกอยู่กับไอโอดีนมากกว่าเพราะเจ้าไอโอดีนนี้มีความสามารถละลายน้ำได้ดีมาก จึงเป็นที่วิตกกังวลว่าน้ำในมหาสมุทรตลอดจนน้ำฝนที่ตกลงมาจากชั้นบรรยากาศจะมีการปนเปื้อนของสารไอโอดีนกัมมันตภาพรังสีนี้

  5. ผลกระทบหลักของกัมมันตภาพรังสีไอโอดีนที่มีต่อร่างกาย คือ ทำให้เกิดมะเร็งของต่อมไธรอยด์(สารกัมมันตภาพรังสีไอโอดีน-131สามารถสะสมได้ในร่างกายที่บริเวณต่อมไธรอยด์ถึง 100วัน) เห็นได้ชัดเจนจากกรณีผู้ป่วยมะเร็งต่อมไธรอยด์จำนวนมากซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ได้รับกัมมันตภาพรังสีจากการระเบิดของโรงงานเชอร์โนบิลของรัสเซีย (ชื่อสมัยก่อนของประเทศนี้) ในเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2529

  6. โพแทสเซียมไอโอไดด์(KI) คือเกลือไอโอดีนที่ถูกนำมาใช้ในการป้องกันสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการที่จะได้รับความเป็นพิษจากกัมมันตภาพรังสีไอโอดีน-131 นี้ ซึ่งสามารถให้ได้โดยการรับประทานในขนาดที่สูงมากเพื่อให้ต่อมไธรอยด์เกิดการอิ่มตัวและไม่ดูดซับสารไอโอดีน-131 ซึ่งเป็นกัมมันตภาพรังสีเข้าไป

  7. ประเด็นสำคัญคือ เกลือโพแทสเซียมไอโอไดด์ไม่มีความสามารถในการป้องกันร่างกายส่วนอื่นๆไม่ให้ดูดซับกัมมันตภาพรังสีไอโอดีน-131ตลอดจนไม่สามารถฟื้นฟูเนื้อเยื่อของต่อมไธรอยด์ที่ถูกทำลายจากกัมมันตภาพรังสีไปแล้วได้

  8. การรับประทานเกลือโพแทสเซียมไอโอไดด์โดยไม่มีความเสี่ยงกับการสัมผัสกับสารกัมมันตภาพรังสี กลับจะส่งผลร้ายกับร่างกายเช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ปวดศีรษะ ในรายที่เกิดอาการแพ้อาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นการจะรับประทานเกลือโพแทสเซียมไอโอไดด์ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะมีขนาดการรับประทานอย่างเฉพาะเจาะจง

  9. ข่าวดีคือกัมมันตภาพรังสีไอโอดีน-131นั้นมีค่าครึ่งชีวิตของการสลายตัวในสภาพแวดล้อมแค่ 8 วันเท่านั้น ดังนั้นภายใน ระยะเวลาไม่กี่เดือนสารกัมมันตภาพรังสีไอโอดีน-131 นี้ก็จะสลายไปหมด

จากข้อมูลที่กล่าวผู้เขียนหวังว่าข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้จะช่วยลดความกังวลที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไทย และไม่หลงเชื่อไปกับข่าวลือจนเกิดการใช้ยาไปในทางที่ผิดนะครับ สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้มากกว่าความกังวลก็คือบริจาคทรัพย์สินหรือสิ่งของตลอดจนกำลังใจไปช่วยชาวญี่ปุ่นซึ่งกำลังบบอช้ำอย่างแสนสาหัสจะเป็นการดีกว่าไม่น้อยครับ


เรียบเรียงโดย เภสัชกรศรายุทธ ทัฬหิกรณ์


ข้อมูลอ้างอิง

  1. United State Environmental Protection Agency, view 17 March 2011 <http://www.epa.gov/rpdweb00/index.html>

  2. Center of Disease Control and Prevention ,view 17 March 2011 <http://www.bt.cdc.gov/radiation/ki.asp>

  3. Potassium Iodide (KI), Radiation Emergency Medical Management, U.S. Department of Hearths and Human Services, National Library of Medicine, view 17 March 2011 <http://www.remm.nlm.gov/potassiumiodide.htm>