สิว....แค่เรื่องจิ๊บ

 การเก็บยาและคุณภาพยา  สิว ฝ้า โรคผิวหนัง 

          เห็นหัวข้อก็เริ่มอยากอ่านแล้วใช่ไหมคะ สิวอาจไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่คุณคงไม่ปฏิเสธว่าเป็นสิวทีไร ความมั่นใจที่มีอยู่แทบละลายหายไปทีเดียว การเกิดสิวเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะในวัยรุ่น หรือแม้จะเลยวัยรุ่นแล้วก็ยังเกิดสิวได้ สิวเกิดจากต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตไขมันออกมามากเกินไป จนทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขน และหากเกิดการติดเชื้อก็จะเกิดเป็นสิวอักเสบ


มาเริ่มจากการทำความรู้จักกับชนิดของสิวกันก่อนค่ะ โดยทั่วไปเราแบ่งสิวออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • สิวไม่อักเสบ มี 2 ชนิด คือ สิวหัวเปิด หรือ เรียกง่าย ๆ ว่าสิวหัวดำ ถ้าลองกดดูเบา ๆ ส่วนหัวสิวจะหลุดออกมาได้ อีกชนิดคือ สิวหัวปิด หรือสิวหัวขาว ถ้าไม่อักเสบสิวจะค่อย ๆ หายไปภายใน 2-3 สัปดาห์
  • สิวอักเสบ มีหลายระดับค่ะ เริ่มตั้งแต่ สิวอักเสบเม็ดเล็ก เป็นรอยแดงเล็ก ๆ เมื่อสิวหายจะทิ้งรอยแดง ๆ ไว้เป็นที่ระลึกบนใบหน้า แล้วจะค่อย ๆเลือนหายไปในที่สุด สิวหนอง ถ้าเป็นที่ผิวตื้น ๆ จะหายภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นที่ผิวลึก อาจต้องใช้เวลา 2-6 สัปดาห์ แต่ถึงสิวจะหายก็ยังทิ้งรอยคล้ำไว้ รอยคล้ำจะใช้เวลานานกว่าจะหายไป แต่ก็จะไม่เป็นแผลเป็น สิวตุ่มหนองเม็ดใหญ่ บางครั้งกลายเป็นแผลใหญ่และเจ็บมาก บางรายอาการรุนแรงขึ้นจนกลายเป็น สิวอักเสบเป็นถุงหนอง สิวพวกนี้ถ้าหายก็มักเป็นแผลเป็นค่ะ


          รู้จักชนิดต่าง ๆ ของสิวกันแล้ว ก็มารู้จักยาที่ใช้รักษาสิวกันนะคะ การเลือกใช้ยาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิวที่เป็น แต่ก็ไม่แนะนำให้ซื้อยาใช้เองนะคะ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้งเป็นดีที่สุดค่ะ

  • สิวไม่รุนแรง คือ มีสิวเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นสิวไม่อักเสบ หรือร่วมกับมีสิวอักเสบเม็ดเล็ก สำหรับสิวไม่อักเสบ มียาทาเฉพาะที่หลายชนิด เช่น retinoin, benzoyl peroxide เป็นต้น แต่ถ้ามีสิวอักเสบก็อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะทาบริเวณอักเสบร่วมด้วย เช่น clindamycin, erythromycin เป็นต้น

          Tips! retinoin ควรทาก่อนนอน การใช้ยาในสัปดาห์แรก ผิวอาจเห่อแดงและลอก ขณะใช้ยาควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะยาจะทำให้ผิวหนังบางลงจึงไวต่อแสงมากขึ้น

Tips! benzoyl peroxide ควรทาบริเวณสิว ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก ถ้าไม่แพ้จึงทาทิ้งไว้นานขึ้น ยาอาจทำให้ผิวลอกนอกจากนี้ยังกัดสีเสื้อผ้า ดังนั้นหากทายาตามลำตัวควรใส่เสื้อผ้าสีขาว
  • สิวรุนแรงระดับปานกลาง คือ มีสิวอักเสบเม็ดเล็กและสิวหนองมาก ร่วมกับมีตุ่มหนองเม็ดใหญ่จำนวนเล็กน้อย อาจใช้ยาทาข้างต้นร่วมกับรับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น tetracycline, doxycycline, erythromycin เป็นต้น
          Tips! ยา tetracycline, doxycycline แม้การรับประทานยาขณะท้องว่างจะทำให้การดูดซึมของยาดีขึ้น แต่ยามักทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ จึงนิยมให้รับประทานหลังอาหาร นอกจากนี้ยังไม่ควรรับประทานทานร่วมกับนม ยาลดกรด ธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพราะจะทำให้การดูดซึมยาลดลง มีข้อห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

           Tips! ยาคุมกำเนิด ชนิดที่มีส่วนประกอบของ estrogen และ cyproterone acetate ใช้ได้ผลดีในผู้หญิงมีผิวมัน หรือมักเกิดสิวในช่วงเวลาที่มีประจำเดือน

  • สิวรุนแรงมาก มีเม็ดสิวอักเสบทุกลักษณะ เป็น ๆ หาย ๆ อาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมกับยาทาเฉพาะที่ เช่น adapalene, isotretinoin, azelaic เป็นต้น แต่ถ้าอาการรุนแรงมากรักษาด้วยยาอื่นไม่ได้ผล เช่น สิวหัวช้าง อาจต้องใช้ยาและวิธีการรักษาที่พิเศษ แนะนำว่าคุณควรไปพบแพทย์ เพราะการรักษาอาจต้องใช้ยากลุ่มพิเศษเช่น isotretrinoin ชนิดรับประทาน การฉีดสเตียรอยด์เข้าในตุ่มสิว หรือการรับประทานยาสเตียรอยด์ เป็นต้น
          Tips! isotretinoin เป็นยาที่ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงได้ เช่น ทำให้การทำงานของตับผิดปกติ ทารกในครรภ์พิการหรือแท้งบุตรได้ ดังนั้นจึงห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์และต้องหยุดยาก่อนตั้งครรภ์มากกว่าหนึ่งเดือน ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีก็ห้ามใช้เพราะยาอาจทำให้กระดูกปิดเร็วขึ้น
            Tips! ยาทาสิว มักมีหลายความแรง ควรเริ่มจากความแรงต่ำก่อนเสมอ ล้างหน้าก่อนทายา และเมื่อสิวหายก็ควรใช้ยาต่ออีกสักระยะเพื่อควบคุมการเกิดสิว
           สุดท้ายทำความเข้าใจกันสักนิดว่า ไม่มียาใด ๆ ในโลกที่เป็นยาวิเศษทาปุ๊บหายปั๊บ การรักษาอาจต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันและอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน สิ่งสำคัญที่คุณทำได้โดยไม่ต้องพึ่งยา คือการดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกาบริเวณสิว รักษาความสะอาดของผิว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญห้ามเครียด เพียงเท่านี้ สิว...ก็เป็นแค่เรื่องจิ๊บ จิ๊บ แล้วค่ะ