วัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์

 วัคซีน  โรคติดเชื้อ และ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

ไข้ไทฟอยด์คืออะไร

ไข้ไทฟอยด์เกิดจากเชื้อซาลโมเนลลา ไทฟี่  Salmonella  Typh  โดยจะมีอาการไข้ต่ำช่วงแรก ตามด้วยอาการไข้สูง อ่อนแรง ปวดท้อง มักมีอาการท้องเสีย ปวดศีรษะ ไม่อยากรับประทานอาหารและอาจมีผื่นร่วมด้วย ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อ

ไข้ไทฟอยด์สามารถป้องกันได้โดยรับประทานอาการและดื่มน้ำที่สะอาด รวมถึงการได้รับวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์

ใครควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไทฟอยด์

  1. ผู้ที่ต้องเดินทางไปบริเวณที่มีการระบาดของโรค
  2. ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนที่เป็นพาหะของโรคไทฟอยด์
    คนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนไทฟอยด์

วัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ มี 2 ชนิดคือ

  1. ชนิดกิน ใช้สำหรับเด็กอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป โดยยาจะออกฤทธิ์ได้ 5 ปี ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาปฏิชีวนะอื่น ๆ และ ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อ HIV หรือได้รับยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์
    • รูปแบบแคปซูล โดยรับประทานทั้งหมด 3 แคปซูล แบ่งรับประทานวันละ 1 แคปซูล วันเว้นวัน ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง การรับประทานให้รับประทานโดยกลืนทั้งแคปซูลและห้ามแกะแคปซูล
    • รูปแบบผงละลายน้ำ โดยรับประทานทั้งหมด 3 ซอง ให้ละลายยา 1 ซองต่อน้ำ 1 แก้ว รับประทานวันเว้นวัน ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง

    **การรับประทานยาให้รับประทานให้ยาเม็ดสุดท้ายหรือซองสุดท้าย ก่อนวันที่ต้องการเดินทางอย่างน้อย 1 สัปดาห์**
  2. ชนิดฉีด ใช้ได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป โดยทำการฉีดครั้งเดียวเข้ากล้ามหรือใต้ผิวหนัง 0.5 ซีซี โดยยาจะออกฤทธิ์ได้ 2 ปี
    **การฉีดยาให้ฉีดวันก่อนที่ต้องการเดินทางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ **
          โดยทั่วไปวัคซีนไทฟอยด์มีโอกาสเกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงน้อย แต่หากได้รับวัคซีนไทฟอยด์แล้วเกิดอาการ เช่น ไข้สูง มีพฤติกรรมเปลี่ยน หรือมีอาการที่คาดว่าจะเกิดจากการแพ้วัคซีน เช่น หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที