ยากับเครื่องดื่ม

 วิธีใช้ยา และยารูปแบบพิเศษ 

         เข้าสู่ช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวันผู้อ่านหลายท่านคงเตรียมตัวเลี้ยงฉลอง เดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไม่ก็หยุดพักร้อนไปเที่ยวเฮฮากับเพื่อนฝูง อาหารและเครื่องดื่มก็คงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามหากมียาที่ต้องรับประทานอยู่ เราจำเป็นต้องรู้ว่าเครื่องดื่มประเภทใดที่จำเป็นต้องงดเว้น

ยากับเหล้า เบียร์ ไวน์

          แอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม อาทิ เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้สติสัมปชัญญะของเราลดลง หากรับประทานร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า ยาคลายกังวล อาจทำให้กดประสาท ง่วงซึม ขาดสมาธิ ได้มากกว่าปกติ ถ้ารุนแรงก็อาจถึงขั้นหมดสติและหยุดหายใจไปเลยก็ได้

         แอลกอฮอล์เองยังมีพิษต่อตับหากรับประทานร่วมกับยา พาราเซตามอล หรือยาอื่นที่มีผลต่อตับ ก็มีโอกาสทำให้เกิดตับวายเฉียบพลันได้

          ยาต้านเชื้อ metronidazole เมื่อรับประทานร่วมกันกับแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดอาการ ผิวหนังแดงจากการขยายตัวของหลอดเลือด โดยเฉพาะที่ใบหน้า ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว

        เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายที่ดี แอลกอฮอล์อาจเปลี่ยนแปลงการดูดซึมยาหลายชนิด โดยเฉพาะทำให้ยาบางชนิดดูดซึมได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงจากการได้รับยาเกินขนาดได้

ถึงแม้ว่าเราพยายามจะเลี่ยงการรับประทานยาไม่พร้อมกันก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป ไม่ว่ายาหรือแอลกอฮอล์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายของเรามันยังคงคั่งค้างในร่างกายไปหลายชั่วโมงหรืออาจเป็นวันเลยก็ได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตัวยานั้นๆและปริมาณแอลกอฮอล์ที่เราบริโภคเข้าไป

ยากับนม น้ำแร่ น้ำผลไม้

          นม น้ำแร่ น้ำผลไม้ มักมีแร่ธาตุและสารเคมีบางชนิดโดยเฉพาะ แคลเซียม ซึ่งทำปฏิกิริยากับยาที่เรารับประทานได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ดูดซึม เมื่อยาไม่ถูกดูดซึมหรือดูดซึมได้น้อยลง ทำให้การรักษาไม่ได้ผล ยาที่ไม่ควรรับประทานร่วมด้วย ได้แก่ ยาต้านเชื้อกลุ่มเตตร้าไซคลิน (tetracycline, doxycycline) และยาต้านเชื้อกลุ่มควิโนโลน (norfloxacin, ofloxacin, ciprofloxacin) ยารักษาโรคกระดูกพรุนกลุ่ม bisphosphonate (alendronate, risedronate, ibandronate)

ยากับชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง

          มักมีสารกระตุ้นประสาทที่รู้จักกันดีคือ คาเฟอีน แม้ว่าคาเฟอีนจะทำให้รู้สึกสดชื่น หากได้รับมากเกินไปจะทำให้กระวนกระวาย ใจสั่น นอนไม่หลับ หากเมื่อรับประทานร่วมกับยาที่กระตุ้นระบบประสาท เช่น pseudoephedrine ซึ่งพบได้ในยาสูตรผสมแก้หวัดที่หาซื้อได้ทั่วไป ก็อาจให้เกิดอาการเหล่านั้นมากขึ้นหรือนานขึ้น

          ยาบางอย่างทำให้คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น ได้แก่ ciprofloxacin cimetidine เมื่อต้องรับประทานยาเหล่านี้ ควรงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนชั่วคราว

อุณหภูมิของน้ำนั้นสำคัญไฉน

           ยาบางชนิดห้ามผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพราะจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ ได้แก่ ยาปฏิชีวนะสำหรับเด็ก ควรใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วผสมเท่านั้น

          สำหรับการรับประทานยาร่วมกับน้ำอุ่นนั้นไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด เนื่องจากน้ำที่เราดื่มลงไปนั้นร่างกายได้ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำโดยอัตโนมัติ

ดื่มน้ำเปล่ากับยาดีที่สุด

          นอกจากจะไม่มีผลกับยาที่รับประทานแล้ว หากดื่มในปริมาณที่เพียงพอยังช่วยละลายยา เพิ่มการดูดซึมและลดผลข้างเคียงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับยา โดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร

ทุกครั้งที่ต้องรับประทานยา อย่าลืมอ่านข้อมูลยาบนฉลาก หรือสอบถามเพิ่มเติมกับเภสัชกรของท่าน